ชมรมผู้ปกครองนักกอล์ฟเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ระเบียบและข้อบังคับ

หมวดที่ 1: ชื่อ
1. ชื่อชมรม : ชมรมผู้ปกครองนักกอล์ฟเยาวชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Northeast Thailand Junior Golfer Guardian Club
2. คณะกรรมการ: หมายถึงคณะกรรมการบริหารชมรมผู้ปกครองนักกอล์ฟเยาวชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

หมวดที่ 2: วัตถุประสงค์
3. ชมรมมีวัตถุประสงค์ดังนี้
    3.1 เพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้ปกครองในการแลกเปลี่ยนทัศนคติ ความคิดเห็น ประสบการณ์ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการให้ข้อมูล ข่าวสาร สาระน่ารู้ เกี่ยงกับกีฬากอล์ฟเยาวชน แก่สมาชิกและผู้สนใจ
    3.2 เพื่อสนับสนุน ประสานงาน ระหว่างผู้ปกครองกับชมรมกอล์ฟต่างๆ องค์กร หรือหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในการเสริมสร้างให้เกิดประโยชน์แก่นักกอล์ฟเยาวชน
    3.3 เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆอันเป็นประโยชน์ต่อนักกอล์ฟเยาวชนตามที่ชมรมเห็นสมควร โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ หรือกำไร
ทั้งนิ ชมรมสามารถรับบริจาคเป็นเงินหรือสิ่งของเพื่อใช้เป็นทุนในการทำกิจกรรมเท่านั้น

หมวดที่ 3: สมาชิก สิทธิ และหน้าที่
4. สมาชิกภาพ
    4.1 สมาชิกประกอบด้วยสมาชิกสามัญ และสมาชิกกิตติมศักดิ์
    4.2 สมาชิกสามัญ คือ ผู้ปกครองนักกอล์ฟเยาวชนที่สมัครเป็นสมาชิก และได้รับการรับรองให้เป็นสมาชิก
    4.3 สมาชิกกิตติมศักดิ์ คือบุคคลทั่วไปที่สนับสนุนชมรม และชมรมเชิญให้เข้าเป็นสมาชิก
    4.4 การสมัครเป็นสมาชิกของชมรม กระทำได้โดยผู้ที่สมัครจะต้องกรอกข้อความตามแบบฟอร์มสมัครการเป็นสมาชิกของชมรม และยื่นสมัครต่อเลขานุการชมรม
    4.5 การสิ้นสุดสมาชิกภาพ
        4.5.1 ลาออก
        4.5.2 เสียชีวิต
        4.5.3 คณะกรรมการมีมติใพ้พ้นสมาชิกภาพ
5. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
    5.1 สมาชิกสามัญ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของชมรมฯ เพื่อเสนอข้อคิดเห็นและร่วมกำหนดนโยบายในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชมรมฯ  รวมทั้งมีสิทธิเสนอชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานชมรมฯ และลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ทั้งนี้การนับคะแนนในการลงมตินั้นให้ถือว่าสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมมีเสียงในการลงคะแนนคนละหนึ่งคะแนน
    5.2 สมาชิกจะต้องร่มกันปลูกฝังอบรมกฎ กติกา และมารยาทในการเล่นกีฬากอล์ฟตลอดจนส่งเสริมพัฒนาและสนับสนุนความสามารถขอนักกอล์ฟเยาวชนให้เป็นนักกีฬาที่ดี เพื่อสร้างชื่อเสียงแก่ประเทศชาติในด้านกีฬากอล์ฟ
    5.3 สมาชิกจะต้องให้ความร่วมมือกับชมรมฯ ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ และปฏิบัติตามระเบียบ ข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งมติของกรรมการ
หมวดที่ 4 การประชุม
6. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี
ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีภายในเดือน มกราคมของทุกปี
ณ สถานที่ วัน เวลาตามที่คณะกรรมการกำหนด
7. การประชุมใหญ่วิสามัญ
   
ประธานฯ อาจเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้ หรือเมื่อสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ
8. การประชุมคณะกรรมการ
   
ให้มีการประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาการดำเนินกิจกรรมของชมรมฯ เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าปีละ 4 ครั้ง ประธานมีสิทธิ์เรียกประชุมเมื่อใดก็ได้ หรือเมื่อกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามร้องขอให้มีการประชุมคณะกรรมการ
9. การแจ้งประชุม
   
9.1 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมใหญ่วิสามัญให้เลขาธิการส่งหนังสือแจ้งวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมให้คณะกรรมการและสมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
    9.2 การประชุมคณะกรรมการ ให้เลขาธิการแจ้ง วัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือในกรณีเร่งด่วนจะแจ้งให้กรรมการทราบทางโทรศัพท์ โทรสารหรือติดต่อโดยตรงก็ได้
10. องค์ประชุม
   
10.1 การประชุมคณะกรรมการ ให้มีจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่างกึ่งหนึ่งของทั้งหมดเป็นองค์ประชุม
    10.2 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ให้มีจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่างสองในสามของจำนวน  กรรมการทั้งหมดและมีสมาชิกสามัญไม่ร้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
    10.3 การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ให้มีจำนวนกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดและมีสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม
    10.4 ในกรณีที่สมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดให้คณะกรรมการชุดเดิมดำเนินการใด ๆ ได้ตามที่เห็นสมควร
11. มติของที่ประชุม
   
11.1 ในการประชุมคณะกรรมการชมรมฯ ทุกครั้ง ให้ถือตามคะแนนเสียงข้างมากของกรรมการที่เข้าประชุมเป็นมติของที่ประชุม ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานของที่ประชุมลงคะแนนเสียงชี้ขาด
    11.2 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมใหญ่วิสามัญ เว้นแต่ข้อกำหนดนี้ระบุเป็นอย่างอื่น ให้ถือตามคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกสามัญที่มาประชุมเป็นมติของที่ประชุมในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานของที่ประชุมลงคะแนนเสียงชี้ขาด
12. วาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปีให้คณะกรรมการกำหนดวาระการประชุมในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
   
1. รายงานกิจการที่ดำเนินการมาแล้ว
    2. รับรองรายงานการประชุม
    3. แถลงกิจการที่ต้องดำเนินการต่อไป
    4. เลือกตั้งประธาน เมื่อครบวาระ
    5. พิจารณาญัตติต่าง ๆ ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่
    6. เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี
13. คณะกรรมการ
   
13.1 ชมรมฯ ประกอบด้วยคณะกรรมการไม่เกิน 19 คน
    13.2 คณะกรรมการของชมรมฯ คือประธานและกรรมการอื่น ๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งตามวิธีที่กำหนดไว้ในหมวดที่ 5 ข้อ 15
14. อำนาจและหน้าที่
   
14.1 ภายในบทบัญญัติแห้งข้อบังคับนี้และภายในกรอบแห่งมติของที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญของชมรมฯ คณะกรรมการมีอำนาจจัดการทั้งสิ้น ซึ่งการดำเนินงานตามนโยบายที่แถลงไว้
    14.2 ในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีของชมรมฯ สมาชิกสามัญมีหน้าที่แต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมที่ประชุมเป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุม 1 คน และเลขานุการชั่วคราวอีก 1 คน เพื่อดำเนินการประชุมในวาระเลือกตั้งประธานของชมรมฯ
    14.3 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ในการเสนอเพิ่มเติม ปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับของชมรมฯ ให้เหมาะสมและทันสมัยยิ่งขึ้น ทั้งนี้ให้อยู่ในกรอบของวัตถุประสงค์ข้อ 3 อย่างเคร่งครัด
    14.4 คณะกรรมการมีสิทธิ์แต่งตั้งอนุกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยบุคคลที่ทรงคุณวุฒิ มีจำนวนตามความเหมาะสมเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

หมวดที่ 5 กรรมการ
15. คณะกรรมการ
   
15.1 คณะกรรมการชมรมฯ ประกอบด้วย ประธานที่ปรึกษา 1 คน ประธานชมรม 1 คน รองประธาน 4 คน เลขาธิการ 1 คน เหรัญญิก 1 คน และกรรมการต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่งแต่รวมแล้วไม่เกิน 19 คน
    15.2 ให้มีการเลือกตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธาน ในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยวิธีลงคะแนนแบบเปิดเผยหรือลับจากสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมเท่านั้น และให้ประธานแต่งตั้งคณะกรรมการตามจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อ 15.1
    15.3 ให้คณะกรรมการชมรมฯ อยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี นับจากวันที่ประธานชมรมฯ เข้าดำรงตำแหน่ง
    15.4 ให้ประธานชมรมฯ มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนกรรมการได้ตามความเหมาะสม แล้วแจ้งให้สมาชิกทราบและถ้ามีกรรมการในตำแหน่งใดว่างลง ให้ประธานชมรมฯ แต่งตั้งและแจ้งให้สมาชิกได้รับทราบ
    15.5 ในกรณีที่ตำแหน่งประธานชมรมฯ ว่างลงก่อนกำหนดวาระให้ถือว่าวาระการดำรงตำแหน่งกรรมกรชุดนั้นสิ้นสุดลงด้วย และให้เลขาธิการเรียกประชุมวิสามัญภายใน 30 วัน เพื่อเลือกตั้งประธานชมรมฯ ขึ้น และให้ประธานชมรมฯ ที่ได้รับเลือกตั้งใหม่นั้น มีสิทธิแต่งตั้งกรรมการอื่น ๆ ตามวิธีที่ได้ระบุไว้ในข้อ 15.2 ทั้งนี้วาระการดำรงตำแหน่งของประธานชมรมฯ และคณะกรรมการซึ่งเลือกตั้งและแต่งตั้งขึ้นใหม่นี้อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานชมรมฯ คนเดิมเท่านั้น
    15.6 ในระหว่างที่ตำแหน่งประธานชมรมฯ ว่างลงให้รองประธานชมรมฯ คนใดคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนและให้คณะกรรมการชุดนั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานชมรมฯ และกรรมการชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่
    15.7 ถ้าตำแหน่งประธานชมรมฯ ว่างลงก่อนครบวาระไม่เกิน 6 เดือน ให้รอบประธานคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดวาระตามวิธีการที่ระบุไว้ในข้อ 1
    15.8 กำหนดให้ประธานที่ได้รับเลือกแล้วตามข้อ 15.2 จะต้องได้รับการรับรองจากคณะกรรมการชุดเดิมจำนวนไม่น้อยกว่าสามในสี่ภายในเวลา 7 วัน หากเกินกำหนดเวลาให้มีการจัดเลือกตั้งใหม่
16. หน้าที่
   
16.1 คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการของชมรมฯ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่กำหนดในข้อ 3 มีอำนาจออกระเบียบหรือคำสั่งต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของชมรมฯ และมีอำนาจเลิกจ้าง ถดถอนพนักงานลูกจ้างของชมรมฯ ได้
    16.2 ประธานมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการอื่น ๆ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 15.1 ภายใน 30 วัน นับจากวันได้รับเลือกตั้ง แล้วแจ้งให้สมาชิกทราบ และทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี และการประชุมใหญ่วิสามัญและเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ อีกทั้งเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการดำเนินงานของคณะกรรมการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของชมรมฯ
    16.3 รองประธาน ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ประธานมอบหมายให้เป็นผู้ปฏิบัติงานแทน
    16.4 เลขาธิการ มีหน้าที่เก็บรักษา บันทึกการประชุมของชมรมฯ และมีหน้าที่เป็นเลขานุการในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีและประชุมใหญ่วิสามัญ ออกระเบียบวาระการประชุมตอบจดหมาย และเอกสารของชมรมฯ เว้นแต่จะเป็นงานในหน้าที่ของกรรมการอื่น เสนอรายงานทุกเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของชมรมฯ รวมทั้งสรุปกิจการที่คณะกรรมการของชมรมฯ ได้ดำเนินไประหว่างปีต่อที่ประชุมสามัญประจำปี
    16.5 เหรัญญิก มีหน้าที่รักษาบัญชีเกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของชมรมฯ นำเงินฝากธนาคารตามที่คณะกรรมการจะเห็นเหมาะสม มีหน้าที่ออกในเสร็จรับเงินของชมรมฯ ร่วมเซ็นจ่ายหรือสลักหลังเช็ค ตั๋วเงิน และเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินทุกประการรวมทั้งเสนองบดุลประจำปีต่อที่ประชุมใหญ่
    16.6 กรรมการประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โฆษณา จัดทำวารสารหรือเอกสารเกี่ยวกับกิจกรรมของชมรมฯ พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานรวมทั้งการประสานงานกับสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ

หมวดที่ 6 การเงิน และทรัพย์สิน
17. รายได้ของชมรมฯ มาจากรายได้ต่าง ๆ อาทิ เช่น รายได้จากผู้ให้การสนับสนุน การบริจาคของสมาชิกหรือบุคคลอื่น ๆ และเงินรายได้จากการขายสินค้า หรือจากการให้บริการ ฯลฯ
18. ให้มีการจัดทำบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย และบัญชีทรัพย์สิน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสามัญประจำปีของชมรมฯ
19. การเบิกจ่ายเงินเพื่อใช้ในกิจการของชมรมฯ ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่คณะกรรมการชมรมฯ กำหนดไว้
20. ให้ถือวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันสิ้นรอบปีทางบัญชีการเงินของชมรมฯ
21. ในกรณีที่มีการเลิกชมรมฯ ให้นำบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการชำระบัญชีมาบังคับใช้โดยอนุโลมและกรณีที่มีทรัพย์สินของชมรมเหลืออยู่ให้มีการประชุมใหญ่เพื่อลงมติจัดการทรัพย์สินดังกล่าว โดยโอนไปให้กับมูลนิธิเพื่อเยาวชนอื่นที่มีวัตถุประสงค์ตรงกัน

หมวดที่ 7 เรื่องอื่น ๆ

22. การแก้ไขข้อบังคับของชมรมฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของสมาชิกชมรมฯ ที่เข้าประชุม
23. การเลิกชมรมฯ จะมีผลต่อเมื่อสมาชิกสองในสามของสมาชิกสามัญทั้งหมดของชมรมมีมติให้ยกเลิก